สุนัขพันธุ์ต่างๆ





สุนัขพันธุ์ต่างๆ

เชื่อกันว่าการเลี้ยงสุนัขของมนุษย์มีต้นกำเนิดมาประมาณ 12,000 ปีแล้ว จากการที่มนุษย์แถบขั้วโลกเหนือได้นำสุนัขป่ามาเลี้ยงเป็นเพื่อนและช่วยในการล่าสัตว์ ภายหลังได้มีการพัฒนาสายพันธุ์สุนัขกันอย่างแพร่หลาย จนปัจจุบันในโลกนี้มีสุนัขมากมายกว่า 170 สายพันธุ์ โดยนิยมใช้หลักเกณฑ์ของสมาคมสุนัขแห่งสหรัฐอเมริกา The American Kennel Club (AKC) เป็นมาตรฐานการแบ่งสายพันธุ์ ซึ่งได้จัดแบ่งกลุ่มสุนัขตามลักษณะเด่นของสายพันธุ์ เช่น รูปร่าง ขนาด ขนและสีสัน การเคลื่อนไหว รวมถึงลักษณะการใช้งาน โดย AKC มีการแบ่งสุนัขออกเป็น 8 กลุ่มคือ

1. สุนัขคุมฝูงสัตว์ (Herding Group)

สุนัขในกลุ่มนี้ใช้ประโยชน์ในการคุมฝูงปศุสัตว์ เช่น แกะ แพะและกวางเรนเดีย เป็นสุนัขที่ฉลาด มีความสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของฝูงสัตว์อื่นได้ดี ฝึกให้รับฟังและทำตามคำสั่งได้ดี นอกจากนี้ยังมีความเป็นมิตรกับเด็กด้วย สุนัขกลุ่มนี้มีจำนวน 25 สายพันธุ์

2. สุนัขล่าเนื้อ (Hound Group)

สุนัขในกลุ่มนี้เป็นสุนัขที่ถูกพัฒนาสายพันธุ์มากจากสุนัขที่ใช้ล่าสัตว์ในอดีตนั่นเอง โดยมันมีจมูกหรือสายตาที่ดีมากสามารถค้นหาตำแหน่งของสัตว์ที่ต้องการล่าได้เป็นอย่างดี ในกลุ่มนี้มีจำนวน 26 สายพันธุ์

3.สุนัขเอนกประสงค์ (Non-sporting Group)

สุนัขกลุ่มนี้มีความแตกต่างกันมากทั้งขนาด ลักษณะรูปร่าง ขน และนิสัยประจำสายพันธุ์ มีจำนวน 19สายพันธุ์

4.สุนัขชอบกีฬา(Sporting Group)

พัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยในการล่าสัตว์ นิยมนำสุนัขกลุ่มนี้ไปเป็นเพื่อนเมื่อมีกิจกรรมเข้าป่าล่าสัตว์เพราะพวกมันมีสัญชาตญาณที่ดีเมื่ออยู่ในน้ำหรือในป่าสามารถค้นหาเหยื่อและคาบมาให้เจ้าของได้ สุนัขกลุ่มนี้มีลักษณะเด่นคือร่าเริงว่องไวและตื่นตัวอยู่แทบตลอดเวลา ความฉลาดสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว เป็นมิตรกับผู้คน มีพลังงานสูง ผู้เลี้ยงจึงควรให้ความสำคัญกับการพาสุนัขออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมต่างๆอย่างสม่ำเสมอเพื่อช่วยระบายพลังงาน มีจำนวน 28 สายพันธุ์

5.สุนัขเทอร์เรีย (Terrier Group)

ขนาดของสุนัขกลุ่มนี้มีความแตกต่างกันตั้งแต่เล็กจนถึงใหญ่ บรรพบุรุษของสุนัขกลุ่มนี้นิยมใช้ล่าสัตว์ขนาดเล้กเช่น กระต่าย หนู ขนที่ยาวสลวยเป็นลักษณะที่โดดเด่นของสุนัขส่วนใหญ่ในกลุ่ม ผู้เลี้ยงจึงควรมีการดูแลตัดแต่งขนเป็นพิเศษด้วยเพื่อคงลักษณะของสายพันธุ์ที่สวยงามไว้ สุนัขกลุ่มนี้มีจำนวน 28สายพันธุ์

6.สุนัขตุ๊กตา (Toy Group)

ลักษณะที่โดดเด่นของสุนัขกลุ่มนี้คือขนาดที่เล็กกะทัดรัดดูน่ารัก ติดเจ้าของ จึงเป็นที่นิยมเลี้ยงเพื่อเป็นเพื่อนกันมาก สมาชิกของสุนัขกลุ่มนี้มีทั้งสิ้น 21สายพันธุ์

7.สุนัขทำงาน (Working Group)

สุนัขในกลุ่มนี้สามารถฝึกหัดให้เป็นสุนัขอารักขา(Guard Dog) สุนัขกู้ภัย(Rescue Dog) สุนัขสำหรับคนพิการ (Escort Dog)บางสายพันธุ์นิยมใช้เป็นสุนัขลากเลื่อน(Sled Dog)เช่น ไซบีเรียนฮัสกี้ สำหรับผู้ที่อยากเลี้ยงสุนัขในกลุ่มนี้ มีบางสายพันธุ์มีขนาดตัวค่อนข้างใหญ่และควรได้รับการฝึกที่เหมาะสมหากคิดจะนำมาเลี้ยง เช่น Tibetan Mastiff จึงอาจเหมาะกับบางบ้านเท่านั้น สุนัขกลุ่มนี้มีจำนวน 28สายพันธุ์

8.สุนัขกลุ่มเบ็ดเตล็ด (Miscellaneous Group)

เป็นกลุ่มชั่วคราวของสุนัขที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนอย่างเป็นทางการให้จัดอยู่ใน 7 กลุ่มข้างต้นของ AKC โดยอยู่ในระหว่างการพิจารณาสายพันธุ์เพื่อให้เกิดความชัดเจนก่อนที่จะได้รับการยอมรับ